Money mouth  เมื่อวานไปแจกลายเซ็นตามหน้าที่นักเขียนที่ดี ที่ต้องปรากฏตัวพบปะแฟนๆ อย่างน้อยหกเดือนต่อหนึ่งครั้งราวกับการขูดหินปูนทีเดียว เมื่อวานคนที่ยืนแจกพร้อมกันคือพี่ซ่อนกลิ่น และพี่มด อุมาริการ์ ยืนไปเกือบสามชั่วโมงก็สังเกตเห็นสิ่งต่างๆ ที่อาจจะไม่มีสาระนักสัก 10 ข้อดังนี้ 
 
1.พบว่านักอ่านที่มีอายุหน่อยมักมีความกล้าในการเข้ามาทักทายพูดคุยกับนักเขียนอย่างกระตือรือร้น ถามตอบปัญหา ถกเรื่องผลงานกันยาวๆ  รวมทั้งการขอลายเซ็นด้วย ในขณะนักอ่านอายุน้อยหลายคนจะมีทีท่าเขินอาย ไม่ค่อยกล้าซักถามอะไรมาก หลายคนลายเซ็นก็ยังไม่เอา ขอแค่ได้ซื้อก็พอ
 
2.อย่างไรก็ตามนักอ่านในข้อหนึ่งไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนมักเป็นเพศหญิงทั้งสิ้น ผู้ชายน้อยกว่ามาก 
 
3.หนังสือหลายเล่มมักขายดีตอนคนเขียนไม่ได้ยืนอยู่ในบูท ประมาณว่านักอ่านหลายคนอาจจะเขินอาย อยากมาืซื้อเงียบๆ ไม่อยากสบตาพบหน้าคนเขียนโดยตรง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเมื่อมีใครเดินเข้าไปแจกลายเซ็น คนขายในบูทจะบอกว่า "อุ๊ยก่อนหน้านี้ขายออกไปได้ตั้งเยอะ หมดกองเลย" แต่พอพวกเราไปยืนแล้วกลับพบว่าเอ๊ะ ทำไมเงียบๆ ไม่ค่อยมีคนมาซื้อ เพราะเขารู้ว่าวันนี้คนเขียนมันมา อย่าไป รอมันกลับไปก่อนแล้วค่อยซื้อ นัยว่าคงกลัวจะได้ลายเซ็น เดี๋ยวหนังสือเปื้อน 
 
4.จากข้อสาม ถ้าทฤษฏีของผมไม่ถูกต้อง ก็เป็นไปได้ว่าคนขายอาจจะแค่โกหกให้กำลังใจนักเขียนเฉยๆ 
 
5.กลุ่มคนซื้อนิยายรักมีช่วงอายุกว้างตั้งแต่วัย 15-60 แต่นิยายแฟนตาซีมักกระจุกอยู่ในกลุ่มอายุ 10-30 
 
 
 
6.แม้นักอ่านรุ่นเยาว์หลายคนในยุคนี้จะมีรสนิยมชอบนิยายวาย แต่สำหรับนักอ่านรุ่นโตหน่อยส่วนใหญ่ยังรับไม่ได้กับบทชายรักชาย อันนี้วัดจากการถกกับพี่มดเรื่องเสียงตอบรับจากบุพเพราชันที่มีฉากวาย และนักอ่านหลายคนมาให้ความเห็นมา 
 
7.คนยุคนี้ชอบหนังสือที่ทำเป็นเซ็ท เป็นกล่อง มี box เขาจะรู้สึกว่าน่าซื้อน่าสะสมกว่าพวกที่แยกขายเดี่ยวๆ และฐานแฟนหนังสือแต่ละคนจะเกื้อหนุนกัน เห็นได้จากเมื่อวานในบูท มาเฟียเลือดมังกรขายดีมาก 
 
8.หลักจิตวิทยาง่ายๆ สำนักพิมพ์ตั้งใจโปรโมทเรื่องอะไรมากสุด เช่นทำฉากหลัง โปสเตอร์ หรือคนขายสวมชุดเกี่ยวกับเรื่องนั้น คนซื้อก็มักจะตอบสนองด้วยการซื้อเรื่องนั้นแหละมากสุด เพราะมักจะรู้สึกว่ามันน่าจะดีและเข้าท่าที่สุด ต่อให้ไม่รู้สักนิดว่าเรื่องย่อเป็นอย่างไร
 
9.นักอ่านบางท่าน ไม่ยอมเดินเข้ามาคุยกับนักเขียนในบูท แต่จับกลุ่มแล้วยืนจ้อง ชี้นิ้ว หัวเราะคิกคักๆ กันอยู่นอกวงจนสุขพอประมาณแล้วก็จากไป อารมณ์เหมือนดูปลาในตู้หรือนกแก้วในกรง 555 
 
10.อย่าถามคำถามสิ้นคิดกับคนขายในบูทอย่าง "เรื่องนี้สนุกไหม" เพราะคนขายจะตอบคุณว่า "สนุกค่ะ" ทุกครั้งเช่นกันโดยไม่ต้องคิด 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

1 คิดว่าจริง
2 จริง ผุ้หญิงซื้อนิยายอ่านมากกว่า ผู้ชายมักอ่านแนวอื่น
3 อันนี้ไม่ทราบแฮะ
4 เป็นไปได้
5 สถิติน่าเชื่อถือ
6 ตอบยาก บุพเพราชัน นั้นเราไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีฉากวายปะปน ถามว่าอ่านได้มั้ยก็แค่พอได้เพราะไม่ได้รู้สึกว่าเคมีเข้ากัน (เรื่องดูไม่เอื้อต่อฉากวาย แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงจัดวางพล้อตมาเช่นนั้น)
7 เป็นคนนึงที่ไม่ชอบบ๊อกเซ็ตและไม่เคยซื้อเลย (คนส่วนน้อยในท้องตลาด)
8 ก็อาจมีส่วน แต่สิ่งที่ดึงดูดเราได้มากสุดคือกองหนังสือลดราคา
9 ก็ไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปคุย ถ้าไม่ใช่นักเขียนที่อยากรู้จักจริงๆ
10 อันนี้จริงแฮะ

#7 By dal (203.156.49.184|203.156.49.184) on 2014-05-07 15:12

ฮา ข้อสังเกตุสุดท้ายมากครับ
เขาว่านักเขียนก็เป็นนักสังเกตุ ผมเชื่อแล้วbig smile

#6 By ฮางมะ on 2013-07-15 07:03

1. เรื่องของลายเซ็น บางทีก็แค่อยากซื้อเฉยๆ ไม่ได้เป็นนักเขียนที่ปลื้มมากก็ไม่ขอค่ะ และไม่ชอบไปซื้อช่วงนักเขียนมา ก็เพราะคนจะยืนออๆกัน เข้าถึงหนังสือลำบาก เพราะบางทีอยากจะแอบชิมหนังสือก่อนซื้อ เช่น ดูเรื่องพวกเรื่องย่อ คำโปรย

2. เรื่อง boxset เห็นด้วยค่ะว่าน่าสะสม แต่มันแอบลำบากใจตรงที่ราคาสูง และไม่แน่ใจว่าจะสนุกทุกเรื่องไหม บางทีก็ต้องชั่งใจว่าจะเอาเป็นชุดสวยงามที่จ่ายครั้งนึงหลายบาท กับแอบเอามาลองชิมๆดูสักเรื่องว่าเข้าท่าดีไหม (แต่แบบหลังก็แอบเสียดายกล่อง ฮา...)

3. บางทีตอนนี้รู้สึกว่าการขายนิยายเป็น set เริ่มเฝือแล้ว ไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควร ^^"

#5 By kannasan (10.182.255.60, 203.144.240.232) on 2012-04-19 11:50

big smile ความคิดเห็นเรื่องเดียวกันจากหน้าเฟสบุ๊คส์ ลองเอามาโพสดู ไม่รู้อ่านลิงค์ได้ไหมนะ

http://www.facebook.com/pongwutspock/posts/411878812157504?comment_id=5400078

#4 By Pongwut Rujirachakorn on 2012-04-03 10:08

อยากขอนะ แต่นักเขียนบางท่าน เซ็นแบบแหกหนังสือมากๆ จนเราช็อก .. แบบเปิดหนังสือแล้วกดจนรอยกรีดเห็นชัดมากๆ (งงมั้ย?)

จากนั้นทำให้เราคิดได้ว่า

.
.
.


ซื้ออย่างเดียวพอ

ลาจาก

ปล. ถ้าขอก็ให้เซ็นใส่สมุดโน้ตเอาอ่ะ เข็ด ! sad smile

#3 By ques on 2012-04-02 14:33

ผมไม่เคยขอลายเซ็นนักเขียนให้ตัวเองเท่าไร ที่ขอนั้น ก็เอาไปให้คนอื่นมากกว่า อาจจะเป็นได้ว่า ผมให้ความสำคัญกับตัวเล่ม มากกว่าลายเซ็น เรื่องจริงครับที่ว่า บางคนขอลายเซ็นนักเขียน แต่ก็ยังไม่ได้เปิดอ่านหนังสือเล่มนั้นเลย big smile
ข้อ 10 จริงแท้

#1 By iamdozenist on 2012-03-31 19:19