Smile สักสิบปีก่อนผมเป็นหนึ่งคนในกลุ่มที่ไม่ค่อยแน่ใจนักว่างานเขียนของปราบดาโดยเฉพาะเรื่อง "ความน่าจะเป็น" ที่ได้รางวัลซีไรต์นั้นเป็นงานที่ดี มีคุณค่าสมราคาโดยตัวมันเองสมกับความโด่งดังหรือเปล่า เพราะในกลุ่มชิ้นงานเรื่องสั้นหลายเล่มของนักเขียนท่านนี้ที่ผ่านตายุคต้นปี 2000 นั้นอ่านแล้วให้ความรู้สึกผสมผสานกันไป หลายชิ้นเด็ด สด สนุกทำให้คนอ่านแบบผมชื่นชมไม่ได้ ในขณะบางชิ้นก็พบเพียงความหวือหวาแต่มองลึกๆ แล้วไม่เห็นความคิดแหลมคมอะไรซ่อนอยู่นัก อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเวลาราวหนึ่งทศวรรษพอได้มีโอกาสผ่านตาผลงานเรื่องสั้นของนักเขียนไทยเยอะขึ้น ผมก็พบว่าปราบดาจัดเป็นนักเขียนที่มีฝีมืออยู่ในระดับหัวแถวของวงการไทยได้แล้ว พอเอางานของเขาที่มาก่อนผู้อื่นมาเปรียบเทียบกับหลายคนที่เขียนในสไตล์ดิสต์เหมือนกัน ผมพบว่างานของปราบดามีสิ่งดีๆซุกซ่อนอยู่จริงเยอะกว่ามาก
ล่าสุดเมื่่อหนังสือรวมเรื่องสั้น "ดาวดึกดำบรรพ์"  ออกวางตลาดผมจึงไม่พลาดโอกาสได้กระโจนเข้าสู่โลกของปราบดาอีกครั้ง แล้วพบว่าดาวดึกดำบรรพ์แตกต่างออกไปจากงานเรื่องสั้นเก่าๆ เมื่อครั้งที่เคยรู้จักกัน หนังสือหนาราว 110 หน้ากับจำนวนเรื่องสั้นถึง 12 ทำให้งานแต่ละชิ้นจบอย่างรวดเร็ว กลับมาหนนี้รูปแบบการเขียนของปราบดาเปลี่ยนไป ความหวือหวาทั้งจากถ้อยคำและการดำเนินเรื่องลดลง ไม่สวิงสวายเท่ายุคก่อน เนื้อเรื่องเรียงลำดับ 1..2..3 ไปอย่างเข้าใจได้ง่าย ถ้าใครเคยอ่านงานยุคก่อนแล้วบ่นว่าไม่เข้าใจ ไม่ค่อยรู้เรื่อง มาถึงเล่มนี้ก็คงไม่พบปัญหาเช่นนั้นแล้ว
Money mouth เรื่องทั้ง 12 ชิ้นมีความเหมือนอย่างเดียวกันนั่นคือมีการ "หักมุมเล็กๆ" ซ่อนอยู่แทบทั้งสิ้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นดำเนินมาถึงตอนจบ แต่พูดอย่างนี้แล้วอย่าไปคาดหวังการหักแบบอลังการยิ่งใหญ่เป็น "ลับแลแก่งคอย" หรือหนังอย่าง M. Night Shyamalan เขียวเพราะอย่างที่บอกมันค่อนข้างเล็ก ส่วนมากเป็นการเล่าเรื่องไปในทิศทางหนึ่ง ทำให้คนอ่านคาดหวัง แต่พอสุดท้ายบทสรุปกลับเป็นอีกทางซึ่งไม่ค่อยเกี่ยวพันกับอารมณ์ที่ปูมา ส่งผลให้คนอ่านต้องส่งเสียงรำพึง "อ้าว!" นิดหน่อย
โดยส่วนตัวผมออกจะรู้สึกเสียดายนิดหน่อยด้วยเพราะเรื่องทั้งหมดค่อนข้างสั้นมาก แป๊บเดียวก็จบ ทำให้อ่านแล้วไม่รู้สึกสันสะเทือนทางความคิด หรือเปิดโอกาสให้ผู้เขียนได้สร้างเขาวงกตทางการดำเนินเรื่องซึ่งเป็นความโดดเด่นที่ผมเคยพบในงานของปราบดา ผมเชื่อว่านักอ่านส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบงานเก่าๆ ของเขาน่าจะให้ความสนใจกับเรื่อง "พรุ่งนี้ทุกคนคงจะรู้" ที่มีความยาวมากที่สุด ถ้าเป็นอัลบั้มเพลงนี่คือ Track ที่มีท่วงทำนองเหมือนอัลบั้มเก่าอย่างที่คนคาดหวังตอนเห็นเพียงหน้าปก
สรุปคือกลับมาหนนี้ ปราบดามาแบบน้อยและเรียบง่ายกว่าเดิม แต่อ่านแล้วก็ยังมีเรื่องชวนให้เก็บไปคิดได้บ้างอยู่ดี ถ้าเปรียบเทียบกับ "ความน่าจะเป็น" หรือ "เมืองมุมฉาก" แล้ว "ดาวดึกดำบรรพ์" มีเสน่ห์ต่อผมน้อยกว่า แต่เชื่อว่านี่ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นหนึ่งชิ้นงานในช่วงชีวิตยาวนานของศิลปินที่ย่อมทดลองทำงานในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ไม่หยุดนิ่งเท่านั้นเอง เอาเป็นว่าสำหรับนักอ่านทุกท่าน ลองขึ้นยานแล้วไปเที่ยวดาวดวงนี้กันเถอะครับ
78/100 Money mouth

Comment

Comment:

Tweet

อย่าไปอ่านอะไรของไอ้คนชาตฺิชั่วพวกนี้เลย
พวกมันไม่ได้มีอุดมการอะไรหรอก
แค่หากินไปวันๆ
เอาเงินเป็นที่ตั้ง
ใครให้เงินก็ขายตัวขายอุดมการ
ขายชาติ ขายลูกเมียยังได้เลยมั๊ง
พวกมึงว่างกนมากเหรอ

#3 By คนรกในหลวง (49.49.134.218) on 2011-12-07 23:38

น้อย แต่ มาก
ยาก แต่ ง่าย
ไม่ แต่ ใช่

#2 By n h e p h e x on 2011-08-24 10:52



กำลังจะหาหนังสือของคุณปราบดามาลองอ่านอยู่พอดีเลยค่ะ

รีวิวได้น่าสนใจมากๆค่ะ big smile

#1 By aliceribbon on 2011-05-01 19:10