'Don't let technology kill books'

posted on 24 Nov 2010 18:01 by pongwut-spock in Book
 
       Smile  พักนี้ไปอ่านข่าววงการหนังสือจากเว็บต่างประเทศหลายชิ้นเลยนำมาเล่าให้ฟังกันต่อ ถ้าเป็นไปได้จะหามาเล่าทุกวัน
 
       ในงาน National book award ประจำปี 2010 ของอเมริกา Patti Smith เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากสาขา Non-fiction จากงานเขียนบันทึกความทรงจำของเธอที่มีชื่อว่า "Just Kids" ซึ่งหนังสือแนวเล่าความหลัง ขุดชีวประวัติของตัวเองมาเล่าของผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งหลายนั้นก็ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบหนังสือที่ได้รับความนิยมสำหรับนักอ่านทั่วโลกอยู่แล้ว สำหรับที่อเมริกาเองกลุ่มคนดังประเภทนักการเมือง หรือนักดนตรีมักนิยมเขียนกันมากเป็นพิเศษ
 
         ที่น่าสนใจคือแม้จะเป็นหนังสือของศิลปินนักร้องเ่ช่นเดียวกัน แต่ปรากฏว่าพอเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วคุณภาพมักจะคนละเรื่อง ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะงานประเภทนี้ของฝรั่งมักจะกล้าเปิดเปลือยทุกแง่มุมอย่างซื่้อตรงกว่า ทั้งเรื่องดีและเลวของตัวเอง ไม่ได้เล่าแต่อะไรชวนฝันสร้างภาพ หรือเน้นแต่สนุกเฮฮาเปลือกๆ อย่างเดียวแบบศิลปินไทยส่วนใหญ่ เลยทำให้หนังสือมีแง่มุมที่แหลมคมไปด้วย
 
 
 
 
       คนที่ติดตามวงการเพลงรู้จักแพทตี้ สมิธในฐานะ นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังผู้โด่งดังมาตั้งแต่ยุค 70 และทำงานเพลงที่ส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการพังค์ร๊อคโดยเฉพาะแถบนิวยอร์ค เธอเป็นเจ้าของสมญานาม Godmother of Punk โลดแล่นอยู่ในวงการเพลงมานานกว่า 40 ปี  นอกจากนี้เธอยังเป็นกวีและทำงานศิลปะแขนงอื่นอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกที่นอกจากความสามารถในการเขียนเพลงแล้วเธอจะเขียนหนังสือได้ดี จนถึงขั้นคว้ารางวัลชนะผู้เข้าชิงคนอื่นในสาขาเดียวกันได้
 
      ในท่อนหนึ่งของสุนทรพจน์ที่เธอกล่าวหลังได้รับรางวัล มีการพูดถึงวงการหนังสือที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะในช่วง ปีสองปีที่ผ่านมาจากเครื่องอ่านดิจิตอลทั้งหลายอย่าง kindle และ i-pad  ในทำนองแสดงควมเป็นห่วงว่า  "อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีฆ่าหนังสือ ไม่มีสิ่งใดที่สวยงามไปกว่าหนังสืออีกแล้ว ทั้งกระดาษ รูปแบบตัวอักษร หรือปกของมัน ได้โปรดอย่าทอดทิ้งหนังสือ"
 
 
 
     เชื่อว่าสิ่งที่แพทตี้คิดคงตรงกับความรู้สึกของคนรักหนังสือหลายคนที่กลัวว่าหนังสือดิจิตอลจะเข้ามาแทนที่ตัวหนังสือจริงเหมือนที่วงการเพลงถูกเปลี่ยนแปลงโดยไฟล์ Mp 3 ไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามณ.ปัจจุบัน ยังไม่มีผลที่ชัดเจนว่าเครื่องอ่านดิจิตอลทั้งหลายจะส่งผลอย่างไรกับวงการหนังสือกันแน่ จะเป็นมิตรที่ช่วยส่งเสริมให้คนอ่านกันมากขึ้น หรือจะเป็นศัตรูที่ทำให้นักเขียนและสำนักพิมพ์ลำบากกว่าเดิม คงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป
 
     ทุกคนคิดยังไงกับคำพูดของ แพทตี้ สมิธกันเอ่ย ? เ็ห็นด้วยว่าอยากให้ช่วยกันรักษาหนังสือเล่มให้คงอยู่ตลอดไป อยากให้คนรักหนังสือที่หยิบจับได้มากกว่า หรือยอมรับปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลง และรู้สึกว่าหนังสือดิจิตอลช่างแสนดี พกสะดวก เวลาจะอ่านหนังสือหนาๆ อย่างแฮรรี่ก็ไม่ต้องเมื่อยแขนกันแล้วคราวนี้
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ยังไงหนูก็ชอบเป็นเล่มๆ มากกว่าค่ะ อยากเปิดอ่านตรงไหนก็เปิดอ่านได้ ถึงจำหน้าไม่ได้ก็พลิกๆ ดูเดี๋ยวก็เจอ
confused smile อาจารย์เปรียบเทียบได้ชัดเจนดีนะครับ ระหว่างจักรยานกับมอเตอร์ไซค์ พอคิดตามแล้วเห็นภาพเลย

#5 By Pongwut Rujirachakorn on 2010-11-25 12:49

ครูเคยบอกว่า

"ทุกวันนี้จักรยานก็ไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยมอเตอร์ไซค์"

ตอนแรกๆเรากังวลนะคะว่าสักวันหนังสือจะหายไป กังวลมากเพราะเราคงมีปัญหากับการอ่านอะไรยาวๆผ่านคอมพิวเตอร์

#4 By ||aki|| on 2010-11-25 11:41

เราไม่มีสมาธิเลยตอนที่อ่าน e-book ในคอม ปวดตาด้วย มองไม่เห็น แต่บางทีก็ต้องอ่าน อย่างเช่น adB ที่ไม่เคยหยิบได้สักอาทิตย์

เราชอบกลิ่นของหนังสือ ชอบตอนเปิด ตอนสัมผัสมัน
ชอบที่จะเห็นหนังสือเป็นรูปร่างมากกว่าที่จะเป็นไฟล์อยู่ในคอม

#3 By iamdozenist on 2010-11-25 09:57

open-mounthed smile ลงไว้อีกแห่งที่นี่บอร์ดนักเขียน

http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1989016

#2 By Pongwut Rujirachakorn on 2010-11-24 19:50

ผมว่ามันไม่น่าจะถูกแทนที่ได้ครับ
หนังสือเล่ม เวลาเราเปิดอ่านแต่ละหน้า
สัมผัสเนื้อหยาบๆของหนังสือ กลิ่นกระดาษ
กลิ่นหมึก ผมว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึง แล้วประโยชน์ของมันก็มีมากมายครับ นอกจากอ่านให้ความรู้ความบันเทิง เป็นต้นว่า เอาไว้ทับข้าวของที่ปลิวได้ง่ายไม่ให้ปลิว เอาไว้ตบยุง ไว้ตีแมลงสาบ ถ้าอ่านเบื่อแล้วฉีกพับจรวดให้ลูกเล่น พับถุงกล้วยแขก และยังเป็นที่ซ่อนธนบัตรอย่างดี sad smile

#1 By :: KinG MoJi :: on 2010-11-24 19:08