Money mouth  เพิ่งไปร่วมสนุกกิจกรรมแถวเว็บไซต์ dek-d ที่ชื่อว่า "สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าความประทับใจ" เขาแบบว่าให้เขียนเล่าถึงหนังสือที่ประทับใจหนึ่งเล่ม โดยปกติแล้วไม่สนใจกิจกรรมแบบนี้เท่าไหร่แต่เห็นว่ารางวัลที่ 1-2 ได้หนังสือแฟนตาซีของแจ่มใสด้วย ซึ่งเล่มหนึ่งเป็นผลงานของ Caje นักเขียนรุ่นน้องที่รู้จักกันพอดีเลยคิดว่าลองเขียนดูแล้วกัน เผืื่่อจะได้ โดยปกติก็ค่อนข้างมั่นใจในฝีมือการเขียนเรื่องทำนองนี้เหมือนกันเพราะเราก็ทำงานแนวเขียนคอลัมน์มาบ่อยๆ  ยังไงเชี่ยวในการเขียนอยู่แล้ว ก็เขียนส่งไปทันก่อนหมดเขตพอดี  เมื่อกี้เพิ่งไปเปิดดูเห็นว่าผลออกแล้วปรากฏว่า......แป๋ว! ไม่ได้สักรางวัลเลยแฮะ แต่เอาเหอะของแบบนี้คงขึ้นกับรสนิยมคนเลือกด้วยล่ะนะว่าเขาชอบแบบไหน หรือเราผิดกติกาหว่า เขาเขีียนคุณสมบัติผู้เข้าร่วมสนุกว่่าเป็น "เยาวชนทั่วไป ไม่จำกัดเพศ และอายุ" หรือว่าเรามันตกชั้นเยาวชนไปแล้ว 555
 
      อย่างไรก็ตามเพราะไม่ได้อัพ Blog มาหลายวันแล้วเพราะงานเยอะ ก็เอาที่เขียนมาอัพเลยแล้วกัน หนังสือที่เขียนถึงคือ "พ่อมดหมัศจรรย์แห่งออซ" ครับ วรรณกรรมคลาสสิกเรื่องหนึ่งที่อ่านตั้งแต่เด็ก ใครเคยอ่านแล้วคิดเห็นยังไงก็แชร์ความคิดเห็นกันได้ ส่วนใครสนใจอยากอ่านของคนอื่นเขียนก็ไปหาได้แถวนี้ http://www.dek-d.com/writer/
 

        โดโรธี เด็กสาววัยหกขวบ โดนพายุไซโคลนพัดบ้านลอยจากแคนซัสไปตกยังดินแดนประหลาดชื่อ ออซ เธอต้องการหาทางกลับบ้านจึงออกเดินทางไปยังเมืองมรกตเพื่อพบกับพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่... พ่อมดแห่งออซ ผู้เดียวที่มีพลังอำนาจช่วยทำตามความปรารถนาของเธอได้

 

                ระหว่างทาง โดโรธีมีสหายร่วมทางด้วย คือ

หุ่นไล่กา ผู้คิดว่าตัวเองโง่เกินไป จึงต้องการให้พ่อมดช่วยใส่สมองให้

ชายตัดไม้ ผู้มีร่างกายเป็นหุ่นกระป๋อง จึงปรารถนาหัวใจ เพื่อให้มีความรู้สึก “รัก” ผู้อื่นได้

สิงโตขี้ขลาด จึงอยากได้ความกล้าหาญ สมกับเป็นผู้ครองตำแหน่งเจ้าป่า

 

การเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ ที่สร้างความประทับใจให้กับนักอ่านมากมาย จนได้ชื่อว่า คลาสสิก ที่สุดในโลกเล่มหนึ่ง...

 

 

พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ สุดท้ายสิ่งที่ปรารถนาค้นพบได้ที่ตัวของเราเอง

 

  “ฉันมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ในแคนซัสอีกแล้ว” หรือ “I've a feeling we're not in Kansas anymore."  จากหนังเรื่อง The Wizard of OZ เป็นหนึ่งในคำพูดสำคัญที่ได้รับการจดจำและถูกนำไปอ้างอิงในเชิงความหมายเกี่ยวกับการพบความเปลี่ยนแปลง ในสื่อศิลปะหลากประเภทไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ละคร หนังสือ ซึ่งต้นกำเนิดของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มาจากวรรณกรรมเยาวชนเล่มสำคัญชื่อเดียวกัน ซึ่งมีอายุครบ 110 ปีใน ค.ศ.2010 นี้

คนไทยส่วนใหญ่คุ้นชินกับชื่อที่แปลมาในนาม “พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ” ที่ผมเลือกเขียนถึงเรื่องนี้เพราะเป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องแรกที่ได้อ่านตอนเก้าขวบ และคิดว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่เด็กและเยาวชนไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดควรได้สัมผัสเมื่อคิดจะก้าวสู่โลกแห่งตัวอักษร เนื้อเรื่องของมันอาจจะดูเรียบง่าย แต่แฝงข้อคิดที่น่าประทับใจ สามารถตีความได้หลายมิติแล้วแต่ช่วงวัยของคนอ่าน

ตัวเอกทั้งสี่ออกเดินทางไปเมืองมรกต เจอพ่อมดออซปรากฏตัวในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกครั้งเมื่อพบหน้าแต่ละคน และยื่นข้อเสนอว่าจะให้สิ่งที่ปรารถนาเมื่อพวกเขาสามารถจัดการกับแม่มดชั่วร้ายที่เหลืออีกหนึ่งในดินแดนให้ได้ก่อน ซึ่งหลังจากที่ทำสำเร็จ ทั้งสี่จึงได้พบกับความจริงว่าสุดท้ายแล้วออซเป็นเพียงแค่ชายแก่ธรรมดาที่ไร้เวทมนตร์ เป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งที่พลัดหลงเข้ามาในดินแดนแห่งนี้เช่นเดียวกับสาวน้อยโดโรธี พวกเขาได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ตนเองปรารถนากันนั้นไม่จำเป็นต้องไปตามหาที่ใดหรือรอให้ใครมอบให้ แต่อยู่ในตัวตนของพวกเขาอยู่แล้ว ขอเพียงแค่รู้จักมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น และเอาใจช่วยตัวเอกทั้งสี่เพราะพวกเขาต่างขาดแคลนบางสิ่ง ไม่ต่างจากคนอ่านที่อยู่ในวัยเด็กกำลังเรียนรู้โลก ยังไม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ยังมีประเด็นย่อยที่สอดแทรกอยู่อีกมากในเรื่อง เช่นเรื่องความจริง ความลวงที่ตัวละครอย่างออซสร้างขึ้น ผู้คนในดินแดนมรกตคิดว่าทุกอย่างเป็นสีเขียวแสบตา แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเพียงถูกหลอกให้เชื่อจากแว่นตาที่มีเลนส์สีเขียว ดูสอดคล้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยตอนนี้ได้อย่างประหลาด คงเพราะเป็นประเด็นที่เป็นจริงและเป็นสากลไม่ว่ายุคสมัยใด

เป็นธรรมดาที่การอ่านงานที่ดี จะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราไขว่คว้าหาเล่มอื่นต่อไป หลังอ่านหน้าสุดท้ายของพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ ผมได้ทำความรู้จักกับหนังสือวรรณกรรมเยาวชนอีกหลายเล่ม จนพัฒนาไปอ่านงานแนวอื่นที่มีเนื้อหาจริงจังกว่านั้น เปรียบเสมือนการเดินทางจากก้าวสู่ก้าว เริ่มต้นจากความประทับใจในหนังสือเล่มหนึ่ง ส่งต่อไปอีกยังเล่มอื่น จนเมื่อเดินทางผ่านชีวิตมาเป็นผู้ใหญ่ ได้มีโอกาสทำงานเขียนของตัวเองออกมา มองย้อนกลับไปก็คิดว่าวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้คงมีส่วนหล่อหลอมเราไม่น้อย ดังที่มีคนพูดกันมาตลอดว่า ขั้นแรกของการเป็นนักเขียนควรจะเริ่มต้นจากการเป็นนักอ่านเสียก่อน อ่านให้มาก อ่านหนังสือที่ดีเพื่อให้เราจะมีสมองและใจพร้อมสร้างงานที่ดีต่อไป

ผมหยิบพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซมาอ่านอีกครั้งก่อนเขียนบทความชิ้นนี้ พบว่าแม้เวลาจะผ่านมาเกินร้อยปี องค์ประกอบหลายอย่างในเรื่องอาจจะเชยลงบ้างตามกาลเวลา แต่ข้อคิดในเรื่องยังสามารถนำมาปรับใช้กับโลกในปัจจุบันที่วุ่นวายขึ้นได้ ในเมื่อเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งอย่างโดโรธียังสามารถฟันฝ่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้ จนพบกับคุณค่าในตัวเอง พวกเราทุกคนก็น่าจะทำได้เช่นเดียวกัน

 

 

Comment

Comment:

Tweet

embarrassed มันคืออะไรอ่ะ embarrassed

#4 By dek Patum (110.169.172.175) on 2013-07-27 20:25

เคยอ่านตอนอยุ่ประถม

จำได้ว่าประทับใจมาก

แต่ตอนนั้นมีการรับบริจาคหนังสือ

ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปบริจาคอ่ะ *-*

คิดแล้วเสียดายแฮะ...

#3 By *~Deta~*~The Emperor ~* on 2010-10-20 23:58

อ๋อ.. เล่มนี้เอง.. สนุกมากๆๆๆ

ตอนนั้น (2 เดือนที่แล้ว)จำได้เลย..เจอเล่มนี้ที่ห้องสมุดโรงเรียน..
ยืมซะเลย..

อ่านเสร็จแล้วไม่อยากคืนเลยจริงๆ..
รูปเล่มมันคลาสิกสุดๆ ภาพสี่สีก็เป็น สี่สีจริงๆ..

แล้วก็อีกเล่มหนึ่ง เจ้าหญิงออซม่า เล่มนี้ก็สนุกเหมือนกัน

เป็นหนึ่งในหนังสือเล่มโปรดของข้าน้อยเล่มหนึ่งในชีวิต

มีเล่มนี้เป็นภาษาไทยแบบเดียวกันเลยค่ะ

เป็นความทรงจำตอนเด็กๆ

ผ่านตาตอนเล็กๆ อะไรก็ดูยิ่งใหญ่..

big smile

#1 By A Beautiful Lie on 2010-10-20 19:31